สรท.มั่นใจส่งออกปี 67 โต 1-2% ห่วงบาทแข็งปลายปี
สรท.คาดการณ์ส่งออกปี 67 โต 1-2% ห่วงบาทแข็งค่าเร็วกระทบราคาสินค้าไทยสูงกว่าคู่แข่ง ร้องนายกรัฐมนตรี ผลักดันไทยก้าวสู่ชาติการค้า
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน ก.ค. 67 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน พบว่าส่งออกมีมูลค่า 25,720.6 ขยายตัวร้อยละ 15.2 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 938,285 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.8 ขณะที่นำเข้ามีมูลค่า 27,093.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 13.1 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 999,755 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 19.4
ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยขาดดุลเท่ากับ 1,373.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลในรูปของเงินบาท 61,470 ล้านบาท
ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทย 7 เดือนแรกปี 67 (ม.ค. – ก.ค.) เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พบว่าไทยส่งออกรวมมูลค่า 171,010.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 3.8 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 6,129,300 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.8 ขณะที่นำเข้ามีมูลค่า 177,626.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 4.4 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 6,437,235 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.9 ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยขาดดุลเท่ากับ 6,615.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการขาดดุลในรูปเงินบาท 307,935 ล้านบาท
ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 8 ปี “ครูไพบูลย์”ไม่รอการลงโทษ พรากผู้เยาว์ “เอ๋ มิรา”
สรท. คงคาดการณ์ส่งออกปี 67 โตที่ร้อยละ 1-2 (ณ ก.ย. 67) โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังในครึ่งปีหลังที่สำคัญ ได้แก่
- ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลโดยตรงต่อการส่งออกทันที ทำให้ราคาสินค้าของไทยสูงกว่าคู่แข่ง ส่งผลต่อความสามารถในการแข็งขันที่ลดลงของผู้ประกอบการในประเทศ
- ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
-
สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และแคนาดา ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน ส่งผลให้สินค้าจีนไหลกลับมายังตลาดเอเซีย
-
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ
-
- ปัญหาการขนส่งสินค้าทางทะเล
-
สหภาพแรงงานทั่วประเทศสหรัฐฯ ยังไม่บรรลุข้อตกลง อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง หยุดการผลิตและกระทบซัพพลายเชนในภาคการผลิต และการให้บริการในท่าเรือฝั่งตะวันออกกระทบการเดินเรือในภาพรวมและปริมาณการนำเข้าของสหรัฐฯ
-
ค่าระวางเรือยังตึงตัวและผันผวนในท่าเรือหลัก ขณะที่เส้นทางภายในเอเชีย และตะวันออกกลาง ค่าระวางเริ่มลดลง แต่ในเส้นทางสหรัฐ อเมริกาใต้ สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ยังทรงตัวในระดับสูง
-
ปัญหาสภาพตู้ขนส่งสินค้าที่สายเรือส่งมอบให้บรรจุสินค้าต่ำกว่าความคาดหวังของผู้ส่งออก
-
- การเข้าถึงและการตัดวงเงินสินเชื่อของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่
- ด้านโครงสร้าง
- รัฐบาลต้องมุ่งเน้นให้ไทยก้าวสู่การเป็นชาติการค้า เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และแข่งขันได้ในระดับสากล และพัฒนาการส่งออก
-
ด้านโลจิสติกส์
-
เร่งแก้ไขปัญหาความแออัดท่าเรือแหลมฉบัง ประกอบกับค่าน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบต้นทุนผู้ส่งออก-นำเข้า รวมถึงศักยภาพการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศที่ลดลง โดย สรท.มองว่าปัญหาหลักมาจากข้อจำกัดของผู้ส่งออกนำเข้า ข้อจำกัดการขนส่งด้วยเรือชายฝั่ง ข้อจำกัดการขนส่งทางราง โครงสร้างพื้นฐานและระบบการจราจรในท่าเรือ และความแออัดของท่าเทียบเรือสัมปทาน
-
ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา
ด้านการขับเคลื่อนระดับนโยบาย อาทิ ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงคณะทำงานร่วมระดับปฏิบัติการท่าเรือแหลมฉบัง
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ พัฒนา ลานวางตู้กลาง / Service Area / Rest Area ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางและทางน้ำภายในประเทศ ปรับปรุงด้านวิศวกรรมการจราจร อาทิ สร้างทางยกระดับข้ามจุดตัดรถไฟและถนนภายในท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น และเพิ่มการลงทุนในเครื่องมือยกขน
ด้านกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ บังคับใช้ระบบ Truck Queue 100% เชื่อมโยงการทำงานเต็มรูปแบบกับระบบ Port Community System (PCS)
ด้านกฎหมายและกฎระเบียบ อาทิ ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจปล่อยสินค้า ปฏิบัติงาน 7/24 ปรับปรุงสัญญาสัมปทานท่าเทียบเรือและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ กำหนด Service Level Agreement ด้าน Inland Transport
ด้านอื่น อาทิ ควรมีหน่วยงานกำกับดูแลและวางมาตรฐานการให้บริการของลานกองตู้สินค้า (Container Depot) รวมถึงมีบริการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกหนักก่อนออกจากท่าเรือ
-
-
-
ด้านการเงิน
-
รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเร่งประกันความเสี่ยงค่าเงินบาท
-
พิจารณาหลักเกณฑ์เงื่อนไข สนับสนุน และส่งเสริมให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนกระแสเงินสดและการผลิตเพื่อการส่งออก
-
-
ด้านการผลิตและต้นทุน
-
กำกับดูแลต้นทุนการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อให้การส่งออกไทยยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันได้ อาทิ ต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าขนส่งสินค้าทางทะเลโดยเฉพาะค่าระวางเรือ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
-
กำกับดูแลสินค้าการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ต้องเอื้อประโยชน์ให้กับซัพพลายเชนในประเทศ
-
-
ด้านการตลาดและ e-Commerce
-
กำกับดูแลสินค้าไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงสินค้าต้นทุนต่ำที่ทะลักเข้ามาในประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศโดยเฉพาะ SMEs และปัญหาการจ้างงานลดลง
-
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB